HASHTAG-TAT-SOUTH.png

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สำนักงานใหญ่)

1600 ถ. เพชรบุรีตัดใหม่ แขวงมักกะสัน เขตราชเทวี กรุงเทพฯ 10400 ประเทศไทย

โทรศัพท์ : 662 250 5500  |  ศูนย์บริการข่าวสารท่องเที่ยว ททท. 1672

HASHTAG-TAT-SOUTH.png

สตูล มหัศจรรย์ธรรมชาติตระการตาสุดอลังการจนแทบลืมหายใจ

เราเลือกมาจังหวัดสตูลโดยไม่ได้ไปเที่ยวทะเลและหมู่เกาะอันเลื่องชื่อเหมือนทุกครั้ง แต่เราเลือกจะมาล่องแก่ง เข้าถ้ำ เดินชมอุทยาน ซึ่งล้วนสวยงามและมีความหมายทางประวัติศาสตร์ บางที่ใหญ่ติดอันดับโลกเลยนะ 

 

- เข้าพักที่ สตูล ริเวอร์ไซด์ รีสอร์ท

- ล่องแก่งวังสายทอง

- ชมถ้ำ “ภูผาเพชร” และ “อุโมงค์แสงมรกต”

-บ้านกาแฟ ณ ละงู

สะพานข้ามกาลเวลา เขาโต๊ะหงาย

หาดหินหลากสี

จุดชมวิวปากบารา (18 ล้าน)

เราเริ่มทริปด้วยการเข้าพักที่รีสอร์ทล่องแก่งที่สตูล ริเวอร์ไซด์ ที่นี่เป็นที่พักล่องแก่งที่รองรับคนได้มากที่สุดในบรรดาที่พักล่องแก่งในจังหวัดสตูล คือ 200-300 คนเลยทีเดียว เรียกว่าสามารถจัดสัมมนาระดับบริษัทได้เลย

 

พิกัด : https://goo.gl/maps/2jitgmoyS1BDmxUb7

โทร : 089-598-1712

ที่นี่เป็นที่พักสไตล์วินเทจที่เจ้าของสนุกสนานกับการสะสมข้าวของวินเทจมากทีเดียว นอกจากเจ้าสองแถวสีจี๊ดใจคันนี้แล้วก็ยังมีเวสป้า มีรถตุ๊กตุ๊กหัวกบ มีข้าวของน่ารักๆ คาเฟ่ บาร์ คาราโอเกะ(หากมาเป็นหมู่คณะ) และมุมถ่ายรูปมากมายไว้ต้อนรับทุกคนด้วย เรียกว่าใช้เวลาที่นี่ได้โดยไม่ต้องไปที่อื่นเลย

แต่หากชอบนั่งดูนั่งชมสายน้ำเงียบๆ ที่นี่ก็มีเหมือนกัน

และนี่คือภาพห้องพักของเราในคืนนี้ เป็นห้องพักขนาด 4 คน ที่นี่มีห้องพักแทบทุกขนาด ตั้งแต่ 2 จนถึง 16 คนเลยทีเดียว แถมมีชุดเครื่องเสียงไว้ให้ร้องคาราโอเกะเวลามากันเยอะๆ ด้วยนะ

เช้านี้เราตัดสินใจที่จะลองล่องแก่งกัน ซึ่งเป็นบริการของที่พักแห่งนี้อยู่แล้ว เราสามารถมาล่องแก่งอย่างเดียวได้ ราคา 250 บาทต่อหัว และมีล่องแก่งแบบแพ็คเกจที่พักพร้อมอาหารสามมื้อด้วย สามารถโทรสอบถามโดยตรงกันได้

 

ปล. ที่นี่เป็นครัวมุสลิมนะ ไม่มีหมูจ้า

เราสามารถเลือกระยะทางล่องแก่งได้ มีทั้งแบบ 11กม. และ 13 กม. ราคาเท่ากัน โดยพี่ๆ เจ้าหน้าที่ของรีสอร์ทจะพาเราไปยังจุดปล่อยตัวด้านบนเขา ก็จะล่องมาเรื่อยๆ จนจบที่หน้ารีสอร์ทพอดี ใช้เวลาประมาณ 1-2 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับระยะทางและความชำนาญ 

เรือ 1 ลำ สามารถนั่งได้สูงสุด 3 คน แต่ 2 คนเป็นจำนวนที่กำลังดีที่สุด แนะนำว่าให้เจ้าหน้าที่ที่รีสอร์ทไปด้วยจะสนุกกว่า เพราะจะมีคนเล่าเรื่องราวต่างๆ ให้ฟังระหว่างทาง รวมถึงความชำนาญทางของพี่เค้าจะทำให้เรือเราไม่คว่ำด้วย (ฮา)

ล่องแก่งที่นี่เป็นวิวเทือกเขาบรรทัด และน้ำก็ไหลมาจากเทือกเขาเช่นกัน เพราะฉะนั้นที่นี่จะมีน้ำตลอดปี ล่องแก่งได้ไม่มีขาดช่วง ขอบอกว่าเส้นทางสวยและอุดมไปด้วยความสมบูรณ์ทางธรรมชาติมากจริงๆ และที่สำคัญ ถึงแม้จะเหนื่อยแต่ก็ไม่ร้อนเลย เพราะต้นไม้เยอะมาก และน้ำใสไหลเย็นตลอดทางนั่นเอง ประทับใจมากจริงๆ 

จุดต่อไป เราเลือกไปชมความอลังการของถ้ำที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย และใหญ่เป็นอันดับ 4 ของโลก อย่างถ้ำภูผาเพชรกันต่อ ค่าเข้าชมที่นี่ 30 บาท กว่าจะไปถึงปากถ้ำได้ก็ต้องออกแรงขึ้นบันไดกว่า 300 ขั้น ไม่ใช่ง่ายๆ เลย

พิกัด : https://goo.gl/maps/X6ikmKYU5d5hCVWi8

แต่พอลอดทางเข้าเล็กๆ เข้าถ้ำมาแล้วเห็นความอลังการแบบนี้ก็หายเหนื่อย ข้างในเป็นทางเดินสะพานไม้พร้อมติดไฟสว่างอย่างดี เดินสะดวก เพดานโปร่ง แบ่งออกเป็นห้องต่างๆ ให้ชมมากถึง 20 ห้อง อาทิ ห้องภูผาเพชร ห้องม่านเพชร ห้องปะการัง มีหินงอกหินย้อยมากกว่า  30 แบบ

และเมื่อเดินมาจนสุดสะพาน หากมาถึงในเวลาและสภาพอากาศที่เหมาะเจาะก็จะเจอไฮไลท์ของที่นี่แบบนี้ “อุโมงค์แสงมรกต” หรือ ห้องแสงมรกต เป็นห้องด้านในสุดของถ้ำ เป็นกำแพงถ้ำที่มีปล่องให้แสงลอดเข้ามาได้ และเมื่อแสงกระทบกับหินงอกหินย้อยสีเขียวบริเวณนั้น ก็จะเกิดเป็นแสงมรกตสวยงามสะดุดตา สวยจนแทบลืมหายใจ ใครอยากเห็นแสงมรกตแบบนี้ ต้องมาถึงจุดนี้ในช่วงเวลาบ่ายสามโมง ช่วงเดือน พฤษภาคมและมิถุนายนเท่านั้น 

เราลงจากเขามาเที่ยวต่อที่อำเภอละงู และแน่นอนว่าคาเฟ่ที่เราพลาดไม่ได้ก็ต้องเป็น “บ้านกาแฟ ณ ละงู” นั่นเอง 

 

พิกัด : https://goo.gl/maps/t5iv8KQ33ZY8Bxmf7

โทร : 062-896-4199

Facebook : nalagucoffeehome

ใช้แรงเยอะจากการล่องแก่งและชมถ้ำ มาเจอร้านน่ารักๆ แบบนี้ก็สดชื่น ที่นี่มีเมนูมากมายหลากหลาย ทั้งคาวทั้งหวาน 

กาแฟซิกเนเจอร์ของบ้านกาแฟอารมณ์ดี ณ ละงู 

ความน่ารักคือเจ้าก้อนน้ำแข็งรูปหัวใจที่ทำจากกาแฟนี่แหละ 💓

เนื่องจากต้องการของหวานด้วย จึงจัดมานิดนึง ชิ้นนี้ก็อร่อยทีเดียว หอมชาไทย เนื้อเครปเค้กและครีมนุ่ม ไม่หวานเลี่ยน กินกับกาแฟก็เข้ากัน กระปรี้กระเปร่าอารมณ์ดีสมชื่อแล้ว แรงมา พร้อมลุยกับธรรมชาติสวยๆ กันต่อ 💪

มาเที่ยวกันต่อที่ สะพานข้ามกาลเวลา เป็นสะพานสำหรับเดินเท้าเลียบไปตามชายฝั่งผาชันด้านตะวันออก ส่วนเขาโต๊ะหงาย ลักษณะเป็นภูเขาลูกโดดๆ สามารถเข้ามาได้จากทางอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะเภตรา โดยความมหัศจรรย์ของที่นี่คือ เป็นสะพานที่เมื่อเดินไปเรื่อยๆ จะพบว่าจากที่เราเห็นหินสีเทาริมทะเล จะเริ่มเห็นเป็นสีแดงแทน ซึ่งหินทั้งสองสีนี้เป็นหินจากต่างยุค ที่มีอายุต่างกันประมาณ 100 ล้านปี มาบรรจบกันจากการเคลื่อนตัวของเปลือกโลก ว่ากันว่า หากนักท่องเที่ยวเดินข้ามระนาบนี้จะถือว่ากำลังมีอายุมากขึ้นเพราะเหมือนกำลังเดินข้ามยุค นี่จึงเป็นที่มาของคำว่าสะพานข้ามกาลเวลานั่นเอง 

พิกัด : https://goo.gl/maps/rgoejDMLdAnWbZ8KA

ช่วงต้นทาง หินจะเป็นหินปูนสีเทา ซึ่งเป็นหินปูนกลุ่มหินทุ่งสูงยุคออร์โดวิเชียน อายุประมาณ 400 ล้านปี 

ก่อนอายุเราจะมากขึ้น แวะชมสิ่งน่าสนใจเล็กๆ น้อยๆ อย่างเจ้าค่างแว่นสุดน่ารักกันก่อน : ) ความจริงจะเห็นเป็นครอบครัวเลย แต่ด้วยความซน จึงเก็บภาพมาได้เพียงเท่านี้

เนื่องจากได้ใช้ชีวิตผ่านยุคสมัยมาอย่างโชกโชน จากยุคออร์โดวิเชียนมาจนถึงยุคแคมเบรียน ตอนนี้แก่ขึ้น 100 ล้านปีแล้ว รู้ยัง 😁

หินของยุคแคมเบรียนที่มีอายุประมาณ 500 ล้านปีแล้ว จะเป็นหินทรายสีแดงแบบนี้ ดูนุ่มเหมือนหุ้มกำมะหยี่ 

นอกจากสีของหินที่ทุกคนล้วนอยากพบเห็น ที่นี่ยังมีธรรมชาติสวยๆ ให้ชมได้ตลอดเส้นทาง ทั้งต้นไม้ หินผา หันไปอีกฝั่งก็จะเจอวิวทะเล ก้มหน้าลงไปนิดก็จะเจอแมงกะพรุนอีกด้วย เดินได้เพลินๆ ไม่เบื่อเลย

หอยที่ฝังตัวอยู่ในโขดหิน

ชอบความรู้สึกใกล้ชิดกับธรรมชาติแบบนี้จัง : ) 

แต่เรายังไม่จบ! เพราะอีกหนึ่งไฮไลท์ของเราก็คือ หาดหินหลากสี ชาดหาดบริเวณใกล้ด่านตำรวจเขาโต๊ะหงาย หาดหินนี้ประกอบไปด้วยหินกลมมน สีชมพูหรือแดง เทาเข้มหรือฟ้า เหลืองหรือน้ำตาล และสีขาว ความเข้มอ่อนของสีขึ้นอยู่กับแร่ธาตุที่ประกอบอยู่ในหินแต่ละก้อน เป็นอีกจุดที่นิยมมากันในช่วงเวลาเย็นและน้ำลงเพราะจะเห็นหินเหล่านี้ได้ชัดๆ เป็นความสวยงามที่สรรค์สร้างโดยธรรมชาติจริงๆ 

 

พิกัด : https://goo.gl/maps/ohXCRzL8T12JDQgs8

จุดสุดท้ายของวันนี้คือการไปชมพระอาทิตย์ตกที่ทะเลแบบสบายๆ กันที่จุดชมวิวปากบารา 18 ล้าน อันเป็นทางผ่านไปที่ท่าเรือปากบาราที่นักท่องเที่ยวสามารถไปขึ้นเรือ เพื่อไปเกาะหลีเป๊ะกันได้ 

 

จุดเด่นของที่นี่ นอกจากวิวทะเลแล้วก็คงเป็นเจ้าปลากระโทงที่ตั้งเด่นเป็นสง่าพร้อมให้ทุกคนมาถ่ายรูปเป็นที่ระลึก ถ้าไม่มา ถือว่ามาไม่ถึงสตูลเลยนะ! (ซึ่งก็ไม่เป็นไรหรอก แต่อยากให้มานะ 😘)

 

พิกัด : https://goo.gl/maps/KT6EH3epq3KMmGNT8

หลายครั้งที่เราไปเที่ยวแล้วพบกับความผิดหวังเพราะทุกคนถ่ายรูปเก่งเหลือเกิน จนบางทีรูปสวยกว่าของจริงไปมาก แต่สำหรับธรรมชาติของที่นี่แล้ว ภาพถ่ายไม่มีทางเทียบกับความตระการตาของสิ่งตรงหน้าได้เลยจริงๆ เชียร์ทุกคนให้มากันมากๆ นอกจากความสวยงามจะเทียบกันไม่ได้แล้ว พลังจากธรรมชาติ อากาศดีๆ ก็เติมเต็มให้เราสดชื่น พลังเต็มหลอดพร้อมไปใช้ชีวิตต่อเต็มที่

 

รักนะ สตูล : )

อ่านรีวิวแล้วมาร่วมทำรีวิวกันในกิจกรรมประกวดรีวิวจังหวัด

เมืองรองแดนใต้ ชิงเงินรางวัลกว่า

200,000 บาท